📢 Announcement:
📢ขอความร่วมมือท่านผู้ปกครองทุกท่าน "งดการจอดรถบริเวณถนนหน้าโรงเรียนโดยเด็ดขาด" 📢เรียน ท่านผู้ปกครองนักเรียนทุกท่าน ทางโรงเรียนภัทรวิทยาขอขอบพระคุณท่านผู้ปกครองทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและมอบความไว้วางใจในการดูแลบุตรหลานของท่านด้วยดีเสมอมา ด้วยในปัจจุบัน ปริมาณการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนในช่วงเวลารับ-ส่งนักเรียน (เวลา 15.00 – 17.00 น.) มีความหนาแน่นเป็นอย่างมาก การจอดรถยนต์ส่วนบุคคลบริเวณหน้าประตูและริมถนนหน้าโรงเรียน ได้ส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวของการจราจร และที่สำคัญที่สุดคือ อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อสวัสดิภาพของนักเรียน เพื่อให้การบริหารจัดการจราจรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยสูงสุด ทางโรงเรียนจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากท่านผู้ปกครอง งดการจอดรถบริเวณถนนหน้าโรงเรียนโดยเด็ดขาด โดยทางโรงเรียนมีวัตถุประสงค์หลักในการขอความร่วมมือดังนี้: 📍1. เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักเรียน (Student Safety First) การจอดรถซ้อนคันหรือจอดเรียงกันบริเวณหน้าโรงเรียน ทำให้เกิด "จุดบอด" หรือมุมอับสายตา ซึ่งบดบังทัศนวิสัยของทั้งผู้ขับขี่ท่านอื่นและนักเรียนที่กำลังเดินข้ามถนนหรือเดินเท้าเข้า-ออกโรงเรียน การลดจำนวนรถที่จอดแช่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนได้อย่างมีนัยสำคัญ 📍2. เพื่อเปิดทางสำหรับเหตุฉุกเฉิน (Emergency Access) บริเวณหน้าประตูโรงเรียนจำเป็นต้องเปิดโล่งอยู่เสมอ เพื่อให้รถพยาบาล รถดับเพลิง หรือรถกู้ชีพ สามารถเข้าถึงพื้นที่และปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การมีรถจอดกีดขวางอาจทำให้การช่วยเหลือล่าช้าซึ่งส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สิน 📍3. เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรให้ชุมชนโดยรอบ (Traffic Flow Management) การจอดรถรอรับ-ส่งเป็นเวลานาน ทำให้เกิดท้ายแถวสะสมและสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้สัญจรในเส้นทางสาธารณะร่วมกัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ระบบ "จุดรับ-ส่ง (Drop & Go)" จอดรถเพียงชั่วครู่เพื่อให้บุตรหลานขึ้น-ลง จะช่วยให้การจราจรลื่นไหลและประหยัดเวลาของท่านผู้ปกครองทุกท่าน 📍4. เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีด้านวินัยจราจร (Role Modeling) การปฏิบัติตามกฎจราจรและเคารพกฎกติกาของส่วนรวม ถือเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกและวินัยที่ดีให้กับนักเรียนผ่านการกระทำ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม แนวทางปฏิบัติที่ทางโรงเรียนขอความร่วมมือ: ✅•กรณีขับรถมาส่งและรับกลับ: ขอความกรุณาใช้จุดรับ-ส่ง (Drop-off Zone) ที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ ให้บุตรหลานเตรียมกระเป๋าและสัมภาระให้พร้อมก่อนถึงจุดลงรถ เพื่อความรวดเร็ว (ใช้เวลาไม่เกิน 1-2 นาทีต่อคัน) ✅•กรณีจำเป็นต้องลงจากรถมาส่งบุตรหลาน: ขอความกรุณานำรถไปจอดในบริเวณพื้นที่จอดรถที่ทางโรงเรียนหรือชุมชนจัดสรรไว้ให้ ทางโรงเรียนตระหนักดีว่าข้อปฏิบัตินี้อาจสร้างความไม่สะดวกสบายให้กับท่านผู้ปกครองในระยะแรก แต่ด้วยความห่วงใยในสวัสดิภาพของบุตรหลานของท่านทุกคน ทางโรงเรียนจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากท่านเช่นที่ผ่านมา🙏🏻 #โรงเรียนภัทรวิทยาพื้นที่การเรียนรู้สู่ความยั่งยืน 📢 Traffic and Safety Announcement Dear Parents and Guardians, Pataravitaya School would like to express our sincere gratitude for your continued support and the trust you place in us to care for your children. Currently, the volume of traffic in front of the school during pick-up and drop-off times (3:00 PM – 5:00 PM) has become exceptionally heavy. Parking personal vehicles directly in front of the school gates and along the roadside has significantly obstructed traffic flow and, most importantly, poses a serious safety risk to our students. To ensure efficient traffic management and the highest level of safety, the school kindly requests all parents to strictly refrain from parking along the road in front of the school. Our primary objectives for this cooperation are as follows: 📍1. Student Safety First Parking or double-parking in front of the school creates critical "blind spots." These block the vision of both oncoming drivers and students who are crossing the street or walking into the campus. Eliminating stationary vehicles will significantly reduce the risk of accidents. 📍2. Emergency Access The area directly in front of the school gates must remain clear at all times. This ensures that ambulances, fire trucks, or emergency vehicles can access the campus immediately in the event of an unforeseen situation. Obstructing this pathway could delay critical assistance, impacting lives and safety. 📍3. Traffic Flow Management Parking and waiting for long periods causes severe traffic congestion, impacting the surrounding community and public commuters. Transitioning to a "Drop & Go" practice—where vehicles stop only briefly for students to exit or enter—will keep traffic moving smoothly and save valuable time for all parents. 📍4. Role Modeling Adhering to traffic regulations and respecting public rules serves as a practical lesson in discipline and social responsibility for our students. This sets a vital foundation for them to grow into quality citizens. 🚗 Requested Guidelines for Parents: For Drop-off and Pick-up: Please utilize the designated "Drop-off Zone" provided by the school. Please ensure your children have their school bags and belongings ready before reaching the zone to facilitate a quick transition (taking no more than 1–2 minutes per vehicle). If you must leave your vehicle: Please park only in the designated parking areas provided by the school or the community. The school fully understands that these measures may cause some initial inconvenience. However, out of our deep concern for the ultimate safety and well-being of all your children, we sincerely hope for your kind cooperation as always. Thank you for your understanding and partnership in keeping our school community safe. Sincerely, Pataravitaya School Administration (Click for details ↗)

About Pataravitaya School

อาคารเรียน

School History

เมื่อปี พ.ศ. 2505 บาทหลวงเอ็ดมอนด์ แวร์ดิแอร์ นักบวชคาทอลิก ได้จัดซื้อที่ดินในตำบลท่าสายลวด และก่อตั้ง "โรงเรียนภัทรวิทย์" ขึ้นในปี พ.ศ. 2506 เพื่อเป็นฐานแพร่ธรรมและการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่นและกลุ่มชาติพันธุ์ โดยมี นายอนันต์ ซำเจริญ เป็นผู้จัดการและครูใหญ่ท่านแรก ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 ได้รับโอนกิจการโรงเรียนปลั่งวิทยาเข้ามารวม และเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนภัทรวิทยา" (อักษรย่อ ภ.ว.) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2509

ปัจจุบัน โรงเรียนภัทรวิทยา ตั้งอยู่บนถนนสายเอเชีย ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้คู่คุณธรรม ก้าวทันเทคโนโลยี และเติบโตอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล บนบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อสุขภาวะและความยั่งยืน

Timeline & Executives

1. ยุคก่อตั้งและวางรากฐาน (พ.ศ. 2505 - 2525)

พ.ศ. 2505 - 2506
บาทหลวงเอ็ดมอนด์ แวร์ดิแอร์ จัดซื้อที่ดินในตำบลท่าสายลวด และก่อตั้ง "โรงเรียนภัทรวิทย์" เพื่อเป็นฐานการแพร่ธรรมกับกลุ่มชนเผ่าปกาเกอะญอและการศึกษา โดยมี นายอนันต์ ซำเจริญ เป็นผู้จัดการและครูใหญ่ท่านแรก เปิดสอนระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3
พ.ศ. 2508 - 2509
รับโอนกิจการโรงเรียนปลั่งวิทยา (ซึ่งได้รับรองวิทยฐานะเทียบเท่ากระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่ปี 2498) เข้ามารวม และเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนภัทรวิทยา" (อักษรย่อ ภ.ว.) ตามใบอนุญาตเลขที่ 4/2509 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2509 โดยมี บาทหลวงเอ็ดมอนด์ แวร์ดิแอร์ เป็นผู้แทนผู้รับใบอนุญาตถึงปี 2510
พ.ศ. 2510 - 2514
บาทหลวงอังตวน เดชังป์, บาทหลวงคาเบรียล ตรีเกรอัต, บาทหลวงหลุยส์ สะอึก และ บาทหลวงโยเซฟ แกง-ตารด์ ผลัดเปลี่ยนเข้ามารับหน้าที่เป็นผู้แทนผู้รับใบอนุญาต
พ.ศ. 2515 - 2519
นายณรงค์ จันทรางกูล รับหน้าที่ผู้จัดการและครูใหญ่ โดยในช่วงท้ายได้ขอยุบระดับชั้น ม.1 - ม.3 ชั่วคราวเนื่องจากจำนวนนักเรียนลดลง
พ.ศ. 2519 - 2525
คณะภคินี "เซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร" เข้ามาช่วยงานโรงเรียน โดยมี นางสาวเฉเวียง ศรีวิชัยรัตน์ เป็นผู้จัดการและครูใหญ่ (ถึงปี 2526) และมี บาทหลวงประจวบโชค ตรีโสภา เป็นผู้แทนผู้รับใบอนุญาต (พ.ศ. 2524 - 2527)

2. ยุคขยายอาคารเรียนและยกระดับหลักสูตร (พ.ศ. 2526 - 2541)

พ.ศ. 2526 - 2532
บาทหลวงมนัส ศุภลักษณ์ (ผู้แทนฯ) และ นางสาวสุมล ไผ่ทอง (ผู้จัดการและครูใหญ่) ร่วมพัฒนาอาคารเรียนครึ่งตึกครึ่งไม้หลังใหม่ยาว 84 เมตร จำนวน 20 ห้องเรียน ก่อสร้างอาคารอนุบาล 10 ห้อง และขยายการรองรับนักเรียนเพิ่มเป็น 1,200 คน
พ.ศ. 2532 - 2537
บาทหลวงมนัส ศุภลักษณ์ (ผู้แทนฯ และผู้จัดการ) ร่วมกับ นางสาวเทพิน เดชานนท์ และ นางสาวทองล้วน แดงเดช (ครูใหญ่) ก่อสร้างโรงอาหารขนาดใหญ่ หอประชุมโรงเรียน และสร้างอาคารเรียนประถม-อนุบาลเพิ่มเติม
พ.ศ. 2537 - 2539
บาทหลวงประเสริฐ สิทธิ (ผู้แทนฯ และผู้จัดการ) และ นางสาวรัตน์ธุวรรณ ปทุมเทา (ครูใหญ่) ปรับปรุงภูมิทัศน์ สร้างศาลาแม่พระ ก่อสร้างอาคารมัธยม และขยายการรองรับนักเรียนเป็น 1,500 คน
พ.ศ. 2540
บาทหลวงเดชา อาภรณ์รัตน์ (ผู้แทนฯ และผู้จัดการ) สานต่อการสร้างอาคารมัธยมจนแล้วเสร็จ และเปิดรับชั้น ม.1 อีกครั้ง โดยมี บาทหลวงเอกพร นิตตะโย เป็นผู้จัดการ ร่วมพัฒนาห้องปฏิบัติการทางภาษา (Sound Lab) และขยายห้องคอมพิวเตอร์เป็น 2 ห้องเรียน
พ.ศ. 2541
นางสาววินิดา ดาวดี รับหน้าที่ครูใหญ่ ขยายชั้นเรียนระดับ ม.2 ปรับปรุงห้องสมุด และเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัย มีจำนวนนักเรียนรวม 1,476 คน

3. ยุคก้าวสู่ความเป็นเลิศและหลักสูตรสากล (พ.ศ. 2542 - 2558)

พ.ศ. 2542 - 2544
ขยายชั้นเรียนระดับ ม.3 ครบช่วงชั้นมัธยมต้น สร้างศาลาอเนกประสงค์หน้าอาคารเทเรซา และติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด โดยมี นางสาวสุดาวรรณ พานิชสุขไพศาล และ นางสาวกฤษณา ธุถาวร รับหน้าที่ครูใหญ่ตามลำดับ
พ.ศ. 2545 - 2546
บาทหลวงรังสิพล เปลี่ยนพันธุ์ (ผู้แทนฯ และผู้จัดการ) ปรับปรุงสนามเด็กเล่น สร้างห้องอาหารหลังอาคารมารีอา และเริ่มเปิดสอนหลักสูตร English Program (EP) ในระดับชั้นอนุบาล 3 และประถมศึกษาปีที่ 1
พ.ศ. 2547
นางสาวประคอง คูรัตนสุวรรณ (ผู้จัดการ) และ นางสาวบังอร โก่งศร (ครูใหญ่) จัดซื้อที่ดินด้านหลังโรงเรียนเพิ่มเติมจำนวน 19 ไร่ พร้อมปรับปรุงอาคารแวร์ดิแอร์รองรับหลักสูตร English Program
พ.ศ. 2548
ก่อสร้างอาคารเรียนอนุบาล 3 หลัง สระว่ายน้ำ และปรับสภาพพื้นที่ 19 ไร่ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่ออาคาร "อาคารภัทรปัญญา อาคารเมธาพิเชฐ อาคารสุเวทบวร" และเสด็จฯ เปิดอาคารเรียนเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2548
พ.ศ. 2549
บาทหลวงธวัช สิงห์สา (ผู้แทนฯ) และ นางสาวบังอร โก่งศร (ครูใหญ่) เปิดการเรียนการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4) ปรับปรุงห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ และจัดสร้างศูนย์เสาะหาพัฒนาเด็กหัวแหลม (GTX TAK1)
พ.ศ. 2550 - 2552
บาทหลวงธวัช สิงห์สา (ผู้แทนฯ) ร่วมกับ บาทหลวงพรชัย แก้วแหวน, บาทหลวงพรชัย วิลาลัย (ผู้จัดการ) และ นางสาวบังอร โก่งศร (ผู้อำนวยการ) ขยายชั้นเรียน ม.ปลาย ครบถึง ม.6 สร้างอาคารอเนกประสงค์ พัฒนาสนามกีฬาและรั้วคอนกรีตบนพื้นที่ 19 ไร่ พร้อมปรับลานจอดรถหน้าโรงเรียน
พ.ศ. 2553
บาทหลวงธวัช สิงห์สา (ผู้แทนฯ) และ นางสาวกาญจนา สุดประเสริฐ (ผู้จัดการและผู้อำนวยการ) เริ่มการก่อสร้างอาคารยอแซฟสำหรับระดับประถมศึกษา และปรับภูมิทัศน์ลานกิจกรรมบนพื้นที่ 19 ไร่
พ.ศ. 2554 - 2558
บาทหลวงนิพนธ์ สิริวราวุธ และ บาทหลวงชวินทร์ เสงี่ยมแก้ว ร่วมกับ นางสาวกาญจนา สุดประเสริฐ ก่อสร้างโดมเทเรซา ห้องภาวนาวัดนักบุญเทเรซา โดมหน้าตึก EP และปรับปรุงอาคารยอแซฟเพื่อจัดการเรียนการสอนเต็มรูปแบบ

4. ยุคพัฒนาสู่มาตรฐานสากลและสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ (พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน)

พ.ศ. 2559 - 2562
บาทหลวงศิริชาญ เอียงผาสุข (ผู้ลงนามแทนฯ) และ นางสาวประไพพิศ รัศมีมารีย์ (ผู้จัดการและผู้อำนวยการ) ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยมีจำนวนนักเรียนรวม 1,799 คน
พ.ศ. 2563 - 2565
บาทหลวงประพันธุ์ กลัมพัก (ผู้ลงนามแทนฯ) ร่วมกับ นางสาวประไพพิศ รัศมีมารีย์ ปรับปรุงสาธารณูปโภคครั้งใหญ่ ทำรั้วล้อมรอบโรงเรียน ปรับปรุงสระว่ายน้ำ ติดตั้ง TV LCD ในห้องเรียน สร้างห้องพยาบาลใหม่ และเทถนนคอนกรีตเชื่อมสู่พื้นที่ 19 ไร่
พ.ศ. 2566 - 2567
บาทหลวงวันใหม่ ศรีสุข (ผู้แทนฯ) ร่วมกับ นางสาวประไพพิศ รัศมีมารีย์ (ผู้จัดการและผู้อำนวยการ) ก่อสร้างอัฒจันทร์เชียร์ถาวร ปรับปรุงสนามฟุตบอล 19 ไร่ ติดตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนาและกล้องวงจรปิด จัดซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ 64 เครื่อง สร้างห้องคหกรรม ห้องพักครูต่างชาติ ปรับปรุงหอพักนักเรียนศูนย์นักบุญเทเรซา และพัฒนาป่าภูมิรักษ์ มีนักเรียนรวมกว่า 2,190 คน
พ.ศ. 2568
บาทหลวงพงศ์ศักดิ์ เสงี่ยมแก้ว (ผู้แทนฯ) ร่วมกับ นางสาวประไพพิศ รัศมีมารีย์ (ผู้จัดการและผู้อำนวยการ) ดำเนินโครงการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่) ก่อสร้างห้องเกียรติยศ ห้องเก็บพืชศึกษาโครงการสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน ปรับปรุงระบบไฟฟ้าแรงสูง ติดตั้งเครื่องปรับอากาศในห้องเรียนทุกระดับชั้น และซ่อมแซมเปลี่ยนหลังคาอาคารเรียน มีนักเรียนรวม 2,297 คน
พ.ศ. 2569
บาทหลวงพงศ์ศักดิ์ เสงี่ยมแก้ว (ผู้แทนฯ) ร่วมกับ นางสาวประไพพิศ รัศมีมารีย์ (ผู้จัดการและผู้อำนวยการ) ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ ทาสีอาคารเรียนมารีอา ยอแซฟ และแวร์ดิแอร์ ติดตั้งฉากบังแดดโดมนักบุญยอแซฟ ปรับปรุงราวกันตกสแตนเลส ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งห้องเรียน บำรุงรักษาระบบโซลาร์เซลล์และระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อสุขภาวะและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืน มีนักเรียนรวม 2,280 คน

Our Core Identity

Philosophy

"ศึกษาดี วินัยเด่น เน้นคุณธรรม นำสู่สังคม"

Identity

โรงเรียนจัดการศึกษาด้วยบรรยากาศการศึกษาแบบคาทอลิก ตามจิตตารมณ์บาทหลวงเอ็ดมอนด์ แวร์ดิแอร์

Uniqueness

รัก รับใช้ ใจเมตตา

🎯 Vision

"โรงเรียนภัทรวิทยาจัดการศึกษาตามอัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก บริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาล มุ่งพัฒนาให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้อย่างยั่งยืนและปลอดภัย ครูจัดการเรียนการสอน เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และค่านิยมที่ดี เห็นคุณค่า รักษณ์สิ่งแวดล้อม ดำรงชีวิตอย่างมีความสุข บนพื้นฐานความเป็นไทย และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง"

🚀 Mission

  • 1. พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค่านิยมที่ดี สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาขึ้นพื้นฐาน
  • 2. ส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
  • 3. จัดการศึกษาตามอัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก บริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างมีประสิทธิภาพ จัดสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสมปลอดภัย เป็นพื้นที่การเรียนรู้
  • 4. ส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน

📜 Policy

จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล บนพื้นฐานของความเป็นไทย

🏆 Goals

  • 1. ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถเต็มตามศักยภาพตามหลักสูตรขั้นพื้นฐาน
  • 2. ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และค่านิยมที่ดี ตามที่สถานศึกษากำหนด
  • 3. ผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
  • 4. ครูมีกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
  • 5. โรงเรียนจัดการศึกษาตามอัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก บริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างมีประสิทธิภาพ จัดสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสมปลอดภัย เป็นพื้นที่การเรียนรู้
  • 6. โรงเรียนมีนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมมีการจัดโครงการ/กิจกรรมอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกโรงเรียน
  • 7. โรงเรียนส่งเสริมการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใช้ในการดำรงชีวิต

🗺️ Strategy

กลยุทธ์ที่ 1พัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ ตามเกณฑ์ของแต่ละระดับชั้น
กลยุทธ์ที่ 2พัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แก้ปัญหาและนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ได้
กลยุทธ์ที่ 3พัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม
กลยุทธ์ที่ 4พัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์ที่ 5พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตรแกนกลาง
กลยุทธ์ที่ 6พัฒนาผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และผลการทดสอบระดับชาติให้สูงขึ้นหรือมีคุณภาพเป็นไปตามเป้าหมาย
กลยุทธ์ที่ 7ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะพื้นฐานในการจัดการ และมีเจตคติที่ดีต่อการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และการทำงาน หรือต่อยอดสู่อาชีพ
กลยุทธ์ที่ 8ปลูกฝังและส่งเสริมผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อัตลักษณ์ รู้คุณค่า วัฒนธรรม ประเพณีไทย และภูมิปัญหาไทย รวมทั้งมีความภาคภูมิใจในทองถิ่น มีวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทักษะชีวิต
กลยุทธ์ที่ 9ปลูกฝังและส่งเสริมผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด และเป็นพลเมืองดี แสดงออกถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ตามโครงการโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ
กลยุทธ์ที่ 10ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีสุขภาวะกายและจิตที่ดี ห่างไกลจากยาเสพติด มีทักษะการดูแลตนเองให้ปลอดภัย ดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข
กลยุทธ์ที่ 11ส่งเสริมให้ผู้เรียนยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล รับฟังเหตุผล รู้จักการปรองดองในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
กลยุทธ์ที่ 12ส่งเสริมและพัฒนาครูให้มีการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีทักษะในการปฏิบัติงานและสามารถใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์ที่ 13พัฒนาครูตามกระบวนการ PLC และ SLC
กลยุทธ์ที่ 14ส่งเสริมให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล และการจัดการศึกษาตามอัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล ตลอดจนจัดทำวิจัยเชิงคุณภาพด้านบริหารจัดการศึกษา
กลยุทธ์ที่ 15พัฒนาสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ และเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
กลยุทธ์ที่ 16ส่งเสริมและสนับสนุนโรงเรียนจัดโครงการ/กิจกรรมอนุรักษณ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม สร้างเสริมคุณภาพชีวิต และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน โครงการอนุรักษณ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ โครงการโรงเรียนปลอดขยะ และสถานศึกษาปลอดภัย (จุดเสี่ยง)
กลยุทธ์ที่ 17ส่งเสริมและสนับสนุนโรงเรียนจัดโครงการ กิจกรรม นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใช้ในการดำรงชีวิต

School Symbol

School Logo
ดอกกุหลาบหมายถึง ใช้สื่อความหมายของคำว่า "ภัทร" แปลว่าที่รักยิ่งใหญ่
ดอกกุหลาบอยู่ในหัวใจหมายถึง ใช้สื่อความหมายว่า ในใจมีความรักที่ยิ่งใหญ่ ท่ามกลางแสงสว่างจากดวงไฟ ที่คอยส่องชี้นำไปในทางที่ถูกที่ควรภายใต้คริสตศาสนาที่ส่องรัศมีความสว่างเผยแพร่ไปไกล
หัวใจหมายถึง ปรัชญาโรงเรียน ศึกษาดี วินัยเด่น เน้นคุณธรรม นำสู่สังคม
คบเพลิงหมายถึง แสงสว่างนำทาง
ไม้กางเขนหมายถึง ศาสนาคริสต์เพื่อเป็นเกียรติแก่หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนโรงเรียน
ใบมะกอกหมายถึง ความเจริญรุ่งเรืองเรื่อยๆ

School Colors

สีแดงหมายถึง ความรัก ความเข้มเข็ง ความกล้างหาญและเสียสละ เป็นพลังสำคัญในการต่อสู้ เพื่อความถูกต้องยุติธรรม และรักษาคุณธรรมความดี ให้คงอยู่ตลอดไป
สีขาวหมายถึง ความสะอาด บริสุทธิ์ ความซื่อสัตย์และความจงรักภักดี ยึดมั่นในสัจธรรม และคุณธรรมด้วยบริสุทธิ์ใจ พร้อมที่จะพัฒนาตนเองให้ก้าวไปข้างหน้าเพื่อเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตน